วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 5



บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 5
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วันที่ 3  กุมภาพันธ์   พ.ศ. 2558
กลุ่มเรียน 105 ( วันอังคาร ) เวลา 08.30 – 12.20 น.

ก่อนเข้าบทเรียนมีกิจกรรมสนุกๆ "รถไฟเหาะแห่งชีวิต" เพื่อให้นักศึกษาตื่นตัวในการเข้าบทเรียน
การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ

  1. ทักษะทางสังคม
  • เด็กพิเศษที่ขาดทักษะทางสังคม ไม่ได้มาจากพ่อแม่
  • การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีไม่ได้รับประกันว่าเด็กจะมีพัฒนาการต่างๆอย่างมีความสุข
กิจกรรมการเล่น
  • การเล่นเป็นสิ่งสำคัญต่อการเรียนรู้
  • เด็กจะสนใจกันเองโดยอาศัยการเล่นเป็นสื่อ
  • ในช่วงแรก เด็กจะไม่มองคนอื่นเป็นเพื่อน แต่เป็นอะไรที่น่าสำรวจ ผลัก ดึง
ยุทธศาสตร์การสอน
  • เด็กพิเศษหลายคนไม่รู้จักวิธีการเล่น
  • เริ่มต้นจากการสังเกตเด็กอย่างเป็นระบบ จะบอกได้ว่าเด็กมีทักษะการเล่นแบบใดบ้าง
  • ครูจดบันทึก
  • ทำแผน IEP
การกระตุ้นการเลียนแบบและการเอาอย่าง
  • วางแผนกิจกรรมการเล่นไว้หลายๆอย่าง
  • คำนึงถึงเด็กทุกคน
  • ให้เล่นเป็นกลุ่ม 2-4 คน
  • เด็กปกติทำหน้าที่เหมือน"ครู"ให้เด็กพิเศษ
ครูปฏิบัติอย่างไรขณะเด็กเล่น
  • อยู่ใกล้ๆ เฝ้ามองอย่างสนใจ
  • ยิ้มและพยักหน้าให้ หากเด็กหันมา
  • ไม่ชมเชยหรือสนใจเด็กมากเกินไป
  • เอาวัสดุอุปกรณ์มาเพิ่ม เพื่อยืดเวลาการเล่น * ค่อยๆใส่ของเล่น เพื่อยืดเวลาเล่น
  • ให้ความคิดเห็นที่เป็นแรงเสริม
* อย่ายืนหันหลังให้เด็กกลุมอื่น

การให้แรงเสริมทางสังคมในบริบทที่เด็กเล่น
  • ครูพูดชักชวนให้เด็กร่วมเล่นกับเพื่อน
  • ทำโดย"การพูดนำของครู" *บอกบท
ช่วยเด็กทุกคนให้รู้กฎเกณฑ์

  • ไม่ง่ายสำหรับเด็กพิเศษ
  • การให้โอกาสเด็ก
  • เด็กพิเศษต้องเรียนรู้สิทธิต่างๆเหมือนเพื่อนในห้อง
  • ครูต้องไม่ใช้ความบกพร่องของเด็กพิเศษเป็นเครื่องต่อรอง


                            
      การที่จะให้เด็กปกติที่เล่นกันเป็นกลุ่ม หรือเด็กพิเศษยืนมองอยากเข้าไปเล่นด้วย เราอาจจะให้ของเล่นแก่เด็กพิเศษและพาเด็กเข้าร่วมกลุ่มเพื่อนโดยพูดชักชวนเด็กปกติ เช่น "เพื่อนมีของเล่นเยอะแยะเลย"
   

เพลงวันนี้^^




กิจกรรมวันนี้ 

จับคู่ 2 คน  ลากเส้นตามจังหวะเสียงเพลงและให้เพื่อนอีกคน เติมจุด หากลากเป็นวงกลม จากนั้นให้มองภาพว่าเห็นเป็นภาพอะไร



Post Test

ครูสามารถส่งเสริมทักษะทางสังคมในห้องเรียนรวมได้อย่างไรบ้าง

การนำไปใช้
  • วิธีการที่ทำให้เด็กพิเศษกับเด็กปกติเล่นร่วมกัน
  • การจับให้เด็กพิเศษอยู่ในกลุ่มเด็กปกติ เด็กปกติ 3 เด็กพิเศษ 1
  • วิธีการค่อยๆ ให้ของเล่นแก่เด็ก เพื่อยืดเวลาการเล่น
  • พฤติกรรมที่ควรทำของครูเมื่อเด็กกำลังทำผลงาน
ข้อความข้างต้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในห้องเรียนรวมในอนาคตการเป็นครูฝึกสอนและวิชาชีพครูได้อย่างดี 

การประเมิน

ตนเอง เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจรับความรู้จากอาจารย์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
เพื่อน  มีเพื่อนที่มาสายนิดหน่อย ตั้งใจผังอาจารย์ จดบันทึก แสดงความคิดเห็นร่วมกัน
อาจารย์   ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เข้าใจง่าย มีกิจกรรมสนุกๆ เพื่อผ่อนคลายและน่าสนใจ สามารถนำไปใช้ได้จริง 






วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

HAPPY BRITHDAY


HAPPY BIRTHDAY 
LOVE YOU

วันนี้พวกเราได้ร่วมกันทำเซอร์ไพรส์วันเกิดย้อนหลังให้อาจารย์ เป็นสิ่งเล็กๆ เมื่อเทียบกับที่อาจารย์ให้คำแนะนำ ตักเตือน และให้ความรู้กับพวกเรา ทุกครั้งที่พวกเรามีปัญหาอาจารย์จะมีคำแนะนำดีๆ จะอยู่เคียงข้างพวกเราตลอด อาจจะมาช้าหน่อยหนูอาจจะอัพบล๊อคอวยพรอาจารย์เป็นคนสุดท้ายในห้อง อย่างอนหนูนะคะ^^ อาจารย์ทำให้การตื่นมาเรียนตอนเช้าของหนูมีความสุขกว่าทุกวัน  ขอให้อาจารย์มีความสุขมากๆ  อย่างที่อาจารย์ทำให้พวกเรามีความสุข สมหวังในทุกๆ เรื่อง เป็นอาจารย์ที่น่ารักของพวกเราตลอดไปเลยนะคะ 



อยากขอบคุณจากใจ

ที่เธอได้ยืนอยู่ เพื่อเป็นแรงใจ

ให้มีพลัง ฝ่าไปเจอทางที่ดี








วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 4


บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 4
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วันที่ 10  กุมภาพันธ์   พ.ศ. 2558
กลุ่มเรียน 105 ( วันอังคาร ) เวลา 08.30 – 12.20 น.


อาจารย์ให้วาดมือซ้ายของตัวเองเนื่องจากสิ่งที่อยู่กับเรามาทั้งชีวิตและเราเห็นมันทุกวันแต่ไม่สามารถจดจำรายละเอียดได้ เหมือนกับการบันทึกพฤติกรรมของเด็กหากเราแค่เห็นแต่ไม่บันทึกในทันทีสิ่งที่เราเห็นจะนำมาบันทึกไม่ได้ละเอียดและอาจจะคลาดเคลื่อนต่างจากหากเราเห็นและบันทึกในทันทีก็จะสามารถจดรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน


การสอนเด็กพิเศษ อีโมติค่อน ดุ๊กดิ๊ก

ทักษะของครูและทัศนคติ
มองเด็กแต่ละคนให้เท่าเทียมกันมองข้ามความเป็นเด็กพิเศษ และมองเด็กในภาพรวม จดจำชื่อจริง ชื่อเล่นของเด็กได้

การเพิ่มเติม
  • อบรมระยะสั้น หรือสัมมนา 
  • สื่อต่างๆ เพราะทุกวันนี้สื่อสำหรับเด็กพิเศษมีหลากหลายที่จะให้ความรู้ต่างๆ เช่น ทางอินเทอร์เน็ต
การเข้าใจภาวะปกติ
  • เด็กมักคล้านคลึกกันมากกว่าแตกต่าง
  • ครูต้องเรียนรู้ และมีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก
  • รู้จักเด็กแต่ละคน
  • มองเด็กให้เป็นเด็ก ไม่ใช่มองเด็กต่างกัน

การคัดแยกเด็กที่มีพัฒนาการช้า
  • ครูสามารถมองเห็นความแตกต่างของเด็กแต่ละคน  พยายามพูดในด้านที่ดีของเด็ก 
  • ความพร้อมของเด็ก
  • วุฒิภาวะ เด็กไม่ต่างกัน
  • แรงจูงใจ 
  • โอกาส ต่างกันเด็กแต่ละคนมีการเรียนรู้ที่แตกต่างกันย่อมขึ้นอยู่กับโอกาสของแต่ละคน เปิดโอกาสให้เด็กทุกคนสามารถได้ทำกิจกรรม ไม่ควรที่ยากและง่ายจนเกินไป เด็กสามารถทำได้และต้องส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก

การสอนโดยบังเอิญ
            เด็กเดินเข้ามาหาครูตอนที่เด็กว่าง ครูที่เด็กจะเข้ามาหาบ่อยๆ ครูที่เด็กเชื่อใจ ไว้วางใจ ครูสามารถเปิดใจกับเด็กได้ครูพร้อมรับเด็กเสมอ ไม่รำคาญเด็ก ครูควรแบ่งเวลาให้กับเด็กคนอื่นด้วย อย่าใช้เวลานานเกินไปทำให้เขารู้ว่าการที่เขาเข้ามาหาครูเป็นเรื่องง่ายและสนุกสนาน


อุปกรณ์
  • สื่อที่ไม่แบ่งแยกประเภท และวิธีการเล่นไม่ตายตัว
  • เด็กพิเศษต้องมีบัดดี้ เช่นการเล่นแบบคู่ขนาน น้องพิเศษอาจจะเริ่มเรียนรู้จากคนที่เก่งกว่า
  • เด็กพิเศษไม่คุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงตาราง
ทัศนคติของครูemoticon by gangtoon.com

ความยืดหยุ่น
  • การแก้แผนการสอนให้เหมาะกับสถานการณ์
  • ครูต้องตอบสนองต่อเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กแต่ละคน
  • ตั้งจุดประสงค์ไว้ให้มุ่งไปที่จุดประสงค์

การใช้สหวิทยาการ
  • ใจกว้างต่อคำแนะนำ ฟังหูไว้หู
  • สร้างความสัมพันธ์ระหว่างการบำบัดกับกิจกรรมในห้องเรียน


การเปลี่ยนพฤติกรรมและการเรียนรู้
  • เด็กทุกคนสอนได้

·       เด็กเรียนรู้ไม่ได้เพราะความสามารถ เด็กเรียนรู้ไม่ได้เพราะขาดโอกาส

เทคนิคการใช้แรงเสริม แรงเสริมทางสังคมจากผู้ใหญ่emoticon by gangtoon.com

วิธีแสดงออกถึงแรงเสริมจากผู้ใหญ่
  • ตอบสนองด้วยวาจา
  • การยืนหรือนั่งใกล้เด็ก
  • พยักหน้ารับ ยิ้ม ฟัง
  • สัมผัสทางกาย
  • ให้ความช่วยเหลือร่วมกิจกรรมกับเด็ก
  • ถ้าเด็กพิเศษกำลังทำงานอยู่อย่าเข้าไปถามเด็กเพราะเด็กจะเปลี่ยนความคิด

หลักการให้แรงเสริม
  • คำชมต้องชมเฉพาะเรื่องที่เด็กทำได้ตามวัตถุประสงค์
  • ครูต้องให้แรงเสริมเด็กทันที
  • ครูต้องมองข้ามพฤติกรรมของเด็กในพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

การแนะนำหรือบอกบท
  • ย่อยงาน  ใช้ได้ดีมากกับเด็กพิเศษ

การกำหนดเวลา
  • จำนวนและความถี่ในการให้แรงเสริม อย่ามากจนเกินไป ควรจะมีความเหมาะสมความต่อเนื่อง
  • สอบแบบก้าวไปข้างหน้า หรือ ย้อนมาข้างหลัง คือ ก้าวไปข้างหน้าเริ่มขั้นตอนแรกให้เด็กทำย้อนมาข้างหลัง ย้อนจากขั้นตอนสุดท้ายมา หรือให้เด็กทำเองในขั้นตอนสุดท้าย

การลดหรือหยุดแรงเสริม
  • ครูจะงดแรงเสริมกับเด็กที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
  • ทำอย่างอื่นและไม่สนใจเด็ก
  • เอาอุปกรณ์หรือของเล่นออกไปจากเด็ก


เพลงฝึกกายบริหารemoticon by gangtoon.com
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว

เพลงผลไม้
ส้มโอ แตงโม แตงไทย
ลิ้นจี่ ลำไย องุ่น พุทรา
เงาะ ฝรั่ง มังคุด
กล้วย ละมุด น้อยหน่า
ขนุน มะม่วง นานาพันธุ์

เพลงกินผัก
กินผักกันเถอะเรา
บวบ ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว แตงกาว
คะน้า กว้างตุ้ง ผักบุ้ง โหระพา
มะเขือเทศสีดา ฟักทอง กะหล่ำปลี

เพลงดอกไม้
ดอกไม้ต่างพันธุ์ สวยงามสดสี
เหลือง แดง ม่วงมี แสด ขาว ชมพู

เพลงจ้ำจี้ดอกไม้
จ้ำจี้ดอกไม้ ดาวเรือง หงอนไก่
จำปี จำปา มะลิ พิกุล
กุหลาบ ชบา บานชื่น กระดังงา
เข็ม แก้ว ลัดดา เฟื่องฟ้า ราตรี


ผู้แต่ง อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ
เรียบเรียง อ. ตฤณ  แจ่มถิน



การนำไปใช้
·       สามารถนำความรู้ที่ได้จากอาจารย์ไปปรับทัศนคติของตเองที่มีต่อเด็กพิเศษได้ และการใช้แรงเสริม นำไปใช้ในอนาคตการเป็นครูได้
การประเมิน
·       ตนเอง   เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย จดบันทึกระหว่างเรียนตั้งใจทำกิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับอาจารย์
·       เพื่อน    เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจทำกิจกรรม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
·       อาจารย์  เตรียมความพร้อมในการสอน ใช้เทคโนโลยีมาใช้ และยกตัวอย่างประกอบการสอนเพื่อความเข้าใจมากขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 3



บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 3
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558
กลุ่มเรียน 105 ( วันอังคาร ) เวลา 08.30 – 12.20 น.

                                                                                        
 อาจารย์ให้วาดรูปเหมือนจริง ดอกทานตะวันและบรรยายสิ่งที่เห็น



ผลงานของฉัน




ดอกทานตะวันเด่นอยู่กลางแมกไม้ใบของมันและกลีบของมันสดใสดุจ "ดวงอาทิตย์"



   

*การบันทึกพฤติกรรมของเด็กไม่ควรใส่ความรู้สึกเข้าไปด้วยให้บรรยายาในสิ่งที่เห็น








บทบาทครูปฐมวัยในห้องเรียนรวม   
                ครูไม่ควรวินิจฉัย
  • การวินิจฉัย หมายถึงการตัดสินใจโดยดูจากอาการหรือสัญญาณบางอย่าง
  • จากอาการที่แสดงออกมานั้นอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดได้

                ครูไม่ควรตั้งชื่อหรือระบุประเภทเด็ก
  • เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
  • ชื่อเปรียบเสมือนตราประทับตัวเด็กตลอดไป
  • เด็กจะกลายเป็นเช่นนั้นจริงๆ

  ครูไม่ควรบอกพ่อแม่ว่าเด็กมีบางอย่างผิดปกติ
พ่อแม่ของเด็กพิเศษ มักทราบดีว่าลูกของเขามีปัญหา พ่อแม่ไม่ต้องการให้ครูมาย้ำในสิ่งที่เขารู้อยู่แล้วครูควรพูดในสิ่งที่เป็นความคาดหวังในด้านบวก แต่ต้องไม่ให้เกิดความหวังผิดๆ

  ครูทำอะไรบ้าง
ครูสามารถชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมของเด็กในเรื่องที่เกี่ยวกับพัฒนาการต่างๆ ให้ข้อแนะนำในการหาบุคลากรที่เหมาะสมในการประเมินผลหรือวินิจฉัย สังเกตเด็กอย่างมีระบบ จดบันทึกพฤติกรรมเด็กเป็นช่วงๆ
  สังเกตอย่างมีระบบ
ไม่มีใครสามารถสังเกตอย่างมีระบบได้ดีกว่าครู ครูเห็นเด็กในสถานการณ์ต่างๆ ช่วงเวลายาวนานกว่า ต่างจากแพทย์ นักจิตวิทยา นักคลินิก มักมุ่งความสนใจอยู่ที่ปัญหา

  การตรวจสอบ
  • จะทราบว่าเด็กมีพฤติกรรมอย่างไรเป็นแนวทางสำคัญที่ทำให้ครูและพ่อแม่เข้าใจเด็กดีขึ้นบอกได้ว่าเรื่องใดบ้างที่เด็กต้องการความช่วยเหลือ

  ข้อควรระวังในการปฏิบัติ
ครูต้องไวต่อความรู้สึกและตัดสินใจล่วงหน้าได้  ประเมินให้น้ำหนักความสำคัญของเรื่องต่างๆได้พฤติกรรมบางอย่างของเด็กไม่ได้ปรากฏให้เห็นเสมอไป

  การบันทึกการสังเกต

การนับอย่างง่ายๆ
  • นับจำนวนครั้งของการเกิดพฤติกรรม
  • กี่ครั้งในแต่ละวัน กี่ครั้งในแต่ละชั่วโมง
  • ระยะเวลาในการเกิดพฤติกรรม
     การบันทึกต่อเนื่อง
  •       ให้รายละเอียดได้มาก
  •       เขียนทุกอย่างที่เด็กทำในช่วงเวลาหนึ่ง หรือช่วงกิจกรรมหนึ่ง
  •       โดยไม่ต้องเข้าไปแนะนำช่วยเหลือ
    การบันทึกไม่ต่อเนื่อง
  •       บันทึกลงบัตรเล็กๆ
  •       เป็นการบันทึกสั้นๆเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนในช่วงเวลาหนึ่ง

  การเกิดพฤติกรรมบางอย่างมากเกินไป
  •      ควรเอาใจใส่ถึงระดับความมากน้อยของความบกพร่อง มากกว่าชนิดองความบกพร่อง
  •      พฤติกรรมไม่เหมาะสมที่พบได้ในเด็กทุกคน ไม่ควรจัดเป็นสิ่งผิดปกติ

  การตัดสินใจ
ครูต้องตัดสินใจด้วยความระมัดระวัง พฤติกรรมของเด็กที่เกิดขึ้น ไปขัดขวางความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กหรือไม่

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
ปฏิบัติตามบทบาทและเหมาะสมกับห้องเรียนรวม ช่วยเหลือสังเกตและบันทึกอยางถูกวิธีรวมไปถึงการพูดคุยและให้คำแนะนำกับผู้ปกครองอย่างถูกต้อง

การประเมิน
                 ตนเอง   ตั้งใจฟังเนื้อหาที่อาจารย์สอนตั้งใจวาดภาพถึงจะบรรยายผิดไปบ้างแต่ก็พยายามอย่างเต็มที่  ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนและอาจารย์
                 เพื่อน    เสียงดังและคุยกันบางครั้ง ตั้งใจทำในหน้าที่ที่ได้รับเพื่อนๆวาดภาพสวยมากค่ะ
                อาจารย์ มีการใช้เทคโนโลยีในการสอน มีการสอนที่แปลกใหม่เพื่อสอดแทรกเข้ากับเนื้อหาเพื่อให้นักศึกษาเข้าใจมากยิ่งขึ้น มีเนื้อหาครบถ้วนและพูดจาชัดเจนพร้อมยกตัวอย่าง